วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ผู้จัดทำ

น.ส.สุดารัตน์  เศรษฐภักดี




น.ส.นันทนา  สมาคม ( ออย )



น.ส.พิมพา  แก้วบัวดี









































บทที่ 5 เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

สรุปสาระการเรียนรู้หน่วยที่ 5

     อินเตอร์เน็ต  หมายถึง  ระบบเชื่อมโยงข่ายงานคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ครอบคลุมไปทั่วโลก  เช่น  การบันทึกเข้าระยะไกล  การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล  ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น

ประเภทของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสามารถแบ่งออกได้ดังนี้



-  การเชื่อมต่อแบบ  Dial Up
-  การเชื่อมต่อแบบ  ISDN
-  การเชื่อมต่อแบบ  DSL
-  การเชื่อมต่อแบบ  Cable
-  การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม Satellites

     อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการติดตั้งอินเตอร์เน็ต  คือ  เครื่องคอมพิวเตอร์  โมเด็ม  โทรศัพท์  

โปรแกรมที่จำเป็นสำหรับอินเตอร์เน็ต



-  โปรแกรมระบบปฏิบัติการ
-  โปรแกรมเบราเซอร์
-  โปรแกรมรับ-ส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
-  โปรแกรมสำหรับการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต
-  โปรแกรมมัลติมีเดียบนอินเตอร์เน็ต

ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตในสำนักงานมีดังนี้


-  ค้นหาข้อมูลข่าวสาร
-  รับส่งข้อมูลผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
-  การขอเข้าระบบจากระยะไกล
-  การสนทนาหรืแประชุมทางไกล
-  การแลกเปลี่ยนทัศนคติหรือแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ
-  การสื่อสารด้วยข้อความ
-  การสั่งซื้อสินค้าหรือสำรองที่นั่งผ่านอินเตอร์เน็ต
-  การแปลภาษา
-  การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์
-  การสร้างภาพพจน์ทางไอที
-  การให้บริการด้านการศึกษา  เป็นต้น

     การค้นหาข้อมูลข่าวสารผ่านอินเตอร์เน็ต  ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในการค้นหาข้อมูลคือ  www.google.com  เพราะมีฐานข้อมูลที่กว้างขวาง  และครอบคลุมข้อมูลทุกด้าน  ทำให้ค้นหาสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

     การรับ - ส่งข้อมูลผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารชนิดหนึ่งซึ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารผ่านอินเตอร์เน็ต  ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในการรับ - ส่งข้อมูล คือ 
 -  www.hotmail.com
-   www.google.com
-   www.thaimail.com  เป็นต้น

     การดาวน์โหลดข้อมูล  ปัจจุบันเว็บไซต์ต่างๆ  จะมีไฟล์ให้ดาวน์โหลดได้  โดยจะแบ่งประเภทของข้อมูล  คือ  ไฟล์แจกฟรี          ( Freeware )  ไฟล์ที่ทดลองให้ใช้งาน ( Shareware ) และไฟล์ที่ชำระเงินก่อนดาวน์โหลด

     การใช้อินเตอร์เน็ตสั่งซื้อสินค้าหรือสำรองที่นั่ง  ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในสังคมทั่วไป  การใช้อินเตอร์เน็ตจึงครอบคลุมถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตไปด้วย  เช่น  การซื้อขายสินค้า  การสำรองที่นั่ง  ( การจองตั๋วภาพยนตร์  จองตั๋วเครื่องบิน )

     อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง  คือ  เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง  โดยลักษณะที่แตกต่างกับโมเด็มทั่วไป  คือ  อัตราความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลขึ้นอยู่กับคุณภาพของคู่สายนั้นๆ

     การประยุกต์ใช้งาน ADSL  ที่ให้บริการในปัจจุบัน  แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
     -แบบ  Internet  Access
     -แบบ  LAN  Interworking

     อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ  ADSL




     -  DSLAM  คืออุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในส่วนของผู้ให้บริการ  ทำหน้าที่เป็นชุมสายของระบบ  ADSL

     -  Splitter  หรือ  POTS  Splliter  คือ  อุปกรณ์ที่ใช้แยกสัญญาณเสียงและสัญญาณข้อมูลออกจากกัน

     -  ADSL  Modem  หรือ  ADSL  Router  คืออุปกรณ์ทำการแปลงสัญญาณ  DSL  ที่เป็นส่วน  Data  ให้มาอยู่ในรูปแบบสัญญาณ  IP  เพื่อทำให้อุปกรณ์ของผู้ใช้งานสามารถอ้างอิงระบบเครือข่ายได้

     -  ADSL  Filter  หรือ  Micro - Filter คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กรองสัญญาณก่อนส่งเข้าไปยังอุปกรณ์โทรศัพท์เพื่อลดสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้น

     ศูนย์บริการอินเตอร์เน็ต  คือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต  หรือผู้ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์สู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต  เปรียบเสมือนแม่ขายหรือเป็นเครื่อง  Sever  ส่วนเครื่องผู้ใช้บริการเป็นลูกค่าย  สำหรับการใช้บริการอินเตอร์เน็ต  จะต้องสมัครเป็นสมาชิกกับ  ISP  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและค่าบริการ  อาจเป็นรายชั่วโมง  รายปี  รายเดือน  แล้วแต่เงื่อนไข

     ความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ต  อินเตอร์เน็ตนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว  ยังมีอันตรายแอบแฝงมาด้วย  เช่น  การถูกโจรกรรมข้อมูล  ไวรัสคอมพิวเตอร์  โดยมีวิธีป้องกันความปลอดภัย  เช่น  การติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส  การกำหนดรหัสผ่าน  การติดตั้งไฟร์วอลล์  และการติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบ

บทที่ 4 เทคโนโลยีซอฟต์แวร์สำนักงาน

ความหมายของซอฟต์แวร์



 Software (ซอฟต์แวร์) เป็นองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ที่เราไม่สามารถสัมผัสจับต้องได้โดยตรง เป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรม (Program) ที่เขียนขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเสมือนตัวเชื่อมระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ให้สามารถเข้าใจกันได้


ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ซอฟต์แวร์ระบบ

2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์


1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software หรือ Operating Software : OS)
          หมายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่ประสานการทำงาน ติดต่อการทำงาน ระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ประยุกต์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ Software ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำหน้าที่ในการจัดการ ระบบ ดูแลรักษาเครื่อง การแปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเพื่อให้เครื่องอ่านได้เข้าใจ

ซอฟต์แวร์ระบบ แบ่งได้ 4 ชนิด ดังนี้
          1.1 ระบบปฏิบัติการ (Operating System) หมายถึง ชุดโปรแกรมที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนคำสั่งสำหรับควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้กับซอฟต์แวร์ประยุกต์ เช่น Windows XP , DOS , Linux , Mac OS X
          1.2 ยูทิลิตี้ (Utility Program) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เครื่องทำงานง่ายขึ้นเร็วขึ้น และการป้องกันการรบกวนโดยโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส , โปรแกรม Defrag เพื่อจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ใหม่ ทำให้การอ่านข้อมูลเร็วขึ้น , โปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม Uninstall Program , โปรแกรมบีบอัดไฟล์ (WinZip-WinRAR)เพื่อทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง ,โปรแกรมการสำรองข้อมูล(Backup Data)
          1.3 ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรือ Driver) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ในส่วนการรับเข้าและการส่งออก ของแต่ละอุปกรณ์ เช่น เมื่อเราซื้อกล้องวีดีโอมาใหม่และต้องการนำเอาวีดีโอที่ถ่ายเสร็จ นำไปตัดต่อที่คอมพิวเตอร์ ก็ต้องติดตั้งไดเวอร์ หรือโปรแกรมที่ติดมากับกล้อง ทำการติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์รู้จักและสามารถรับข้อมูลเข้าและส่งข้อมูลออกได้
          โดยปกติโปรแกรม windows ที่เรามีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีไดเวอร์ติดตั้งมาให้แล้วโดยเราไม่ต้องทำการติดตั้งไดเวอร์เอง เช่น ไดเวอร์สำหรับเมาส์ ,ไดเวอร์คีย์บอร์ด, ไดเวอร์สำหรับการใช้ USB Port , ไดเวอร์เครื่องพิมพ์ แต่ถ้าอุปกรณ์ใดไม่สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ก็ต้องหาไดเวอร์มาติดตั้งเพื่อให้สามารถใช้งานได้ ซึ่งต้องเป็นไดเวอร์ที่พัฒนามาของแต่ละบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์
          1.4 ตัวแปลภาษา (Language Translator) คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจว่าต้องการให้ทำอะไร เช่น เมื่อโปรแกรมเมอร์ได้เขียนโปรแกรมเสร็จโดยเขียนในลักษณะภาษาระดับต่ำ (Assenbly) หรือภาษาระดับสูง (โปรแกรมภาษา C) เสร็จก็ต้องมีตัวแปลภาษาเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะเข้าใจเฉพาะตัวเลข 0 กับ ตัวเลข 1 เท่านั้น

2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์
          ซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานต่าง ตามที่ต้องการ เช่น การทำงานเอกสาร งานกราฟิก งานนำเสนอ หรือเป็น Software สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบียน โปรแกรมการให้บริการเว็บ โปรแกรมงานด้านธนาคาร

ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
          2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน เป็น Software ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Software สำหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การให้บริการร้าน Seven ฯลฯ
          2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมีความสามารถในการทำงานได้หลายอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้างงานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์

  ประเภทของระบบปฏิบัติการ                            
        ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน  อาจนำเอาไปใช้ได้กับคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับใหญ่จนถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก อาจแบ่งได้ออกเป็น  3  ชนิด  คือ
         -   ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว (stand-alone  OS)  เป็นระบบปฏิบัติการที่มุ่งเน้นและให้บริการสำหรับผู้ใช้เพียงคนเดียว(เจ้าของเครื่องนั้นๆ)  นิยมใช้สำหรรรรรรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลและทำงานแบบทั่วไป  เช่น  เครื่องคอมพิวเตอร์หรือสำนักงาน  ซึ่งจะถูกติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้ไว้ใช้รองรับการทำงานบางอย่าง  เช่น  พิมพ์รายงาน  ดูหนังหรือเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต  เป็นต้น  ปัจจุบันพัฒนาให้มมมมีคุณสมบัติที่เป็นเครื่องลูกข่ายเพื่อขอรับบริการ  จากเครื่องแม่ข่ายได้ด้วย
         -   ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย  (network OS)  เป็นระบบการที่มุ่งเน้นและบริการสำหรับผู้ใช้หลายๆคน(multi-user)  นิยมใช้สำหรับงานให้บริการและประมวลผลข้อมูลสำหรับเครือข่ายโดยเฉพาะ  มักพบเห็นได้กับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป  เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหล่านี้จะเรียกว่า เครื่อง  sever  ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องแม่ข่ายที่ให้บริการข้อมูลต่างๆ  ที่จำเป็นสำหรับผุ้ใช้นั่นเอง
         -   ระบบปฏิบัติการแบบฝัง   (embeded OS)  เป็นระบบปฏิบัติการที่พบเห็นได้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เช่น พีดีเอ หรือSmart phone บางรุ่น  สามารถช่วยในการทำงานของอุปกรณ์แบบไม่ประจำที่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี  เกิดขึ้นมาหลังสุดพร้อมๆกับที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น  บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวด้วย เช่น รองรับการทำงานทั่วไป ดูหนัง  ฟังเพลงหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้



วิธีการติดตั้ง Windows 7

ก่อนเริ่มการติดตั้งวินโดวส์ ให้ทำการเซทค่า bios ให้ทำการ Boot แผ่น CD/DVD เป็นลำดับแรกก่อน ซึ่งถ้าหากใครยังเซทไม่เป็น สามารถอ่านวิธีการเซทได้ที่ Link นี้ครับ http://comerror.com/how-to-set-bios-boot-p5g41t-m-lx3-plus.html สำหรับเพื่อนๆที่เซทเรียบร้อยแล้ว ทำตามขั้นตอนได้เลย
1. เมื่อ Boot แผ่นวินโดวส์สำเร็จแล้ว จะปรากฏหน้าต่างสำหรับเริ่มต้นการติดตั้ง windows 7 ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถที่จะกดปุ่ม Next ไปได้เลย
2. ระบบจะพาเราเข้ามาสู่หน้าต่างที่มีตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ windows 7 และปุ่มด้านล่าง เขียนว่า Install Now ให้เราคลิกที่ปุ่มดังกล่าว
3. ระบบจะให้เราอ่าน License ของโปรแกรม ให้เราติ๊กถูกที่ช่อง I accept the license terms แล้วกดปุ่ม Next
4. จะพบกับตัวเลือกให้เราเลือก 2 หัวข้อ คือ Upgrade และ Custom (advanced) ให้เราทำการคลิกเลือกที่หัวข้อ Custom (advanced)
5. เราจะพบกับหน้าต่างแสดงถึง ไดร์ต่างๆของ Harddisk ของเรา คราวนี้เราจะเข้าสู่การฟอแมตเครื่องเพื่อที่จะลบข้อมูลเก่าของวินโดวส์ทิ้งไป โดยเลือกที่เมนู Drive option (advanced)
6. จะปรากฏเมนู Delete , Format , New และ Extend เพิ่มขึ้นมา ให้เราทำการคลิกเลือกไปยังฮาร์ดดิสที่เป็นไดร์ C เก่าของเรา จากนั้นคลิกที่ไอคอน Format
7. เราจะเห็นได้ว่า หลังจากกดปุ่ม Format ไดร์ที่เลือกแล้ว พื้นที่ Free Space นั้นเพิ่มขึ้นมา พอๆกับ Total Space นั่นแสดงว่าข้อมูลถูกลบทิ้งไปเรียบร้อย ให้เราคลิกที่ฮาร์ดดิส Partition ที่เพิ่งฟอแมตไปเมื่อสักครู่ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Next
8. ระบบจะนำท่านเข้าสู่การติดตั้งไฟล์ windows 7 ทันที
9. เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ระบบจะทำการ restart เครื่องเอง 1 ครั้ง
10. จากนั้นจะเข้าสู่โหมดการเซทค่าต่างๆ ของเครื่อง
11. ระบบจะให้ทำการตั้งชื่อ เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราสามารถใส่ชื่ออะไรก็ได้ เมื่อกรอกชื่อเรียบร้อยแล้ว กดที่ปุ่ม Next
12. จะเข้าสู่หน้าต่างการตั้งค่ารหัสผ่าน หรือ Password ก่อนเข้าสู่วินโดวส์ ซึ่งหากไม่ต้องการตั้งรหัสผ่านสามารถกด Next ข้ามไปได้เลย
13. ระบบจะถาม Product Key ของตัววินโดวส์ ซึ่งเราสามารถหา Product Key ได้จากกล่องของแผ่น Windows 7 ที่เราซื้อมาครับ แต่หากยังไม่ต้องการกรอกในตอนนี้ ให้เอาติ๊กถูกที่ Automatically Activate Windows when I'm online ออก จากนั้น คลิก Next
14. คลิกเลือก Ask me later
15. จะเข้าสู่หน้าต่างการตั้งเวลา Time zone ให้คลิกเลือกเขตเวลาของกรุงเทพ คือ (UTC +07:00) Bangkok, Hanoi, Jakarta จากนั้นกด Next
16. เสร็จสิ้นกระบวนการ ลง windows 7 ระบบจะทำการโหลดเข้าสู่หน้าจอวินโดวส์
17. หน้าตาของ Windows 7 ที่เพิ่งลงใหม่ๆ จะพบว่ายังไม่ได้ติดตั้งไดร์เวอร์ และไม่มีโปรแกรมอะไรที่หน้าจอเลย นอกจาก Recycle Bin
โปรแกรมพื้นฐานของสำนักงาน




ระบบปฏิบัติการ  Windows 7



โปรแกรมจัดการเอกสาร  เช่น  Microsoft  Word 

โปรแกรมตารางงาน  เช่น  Microsoft  Excel

โปรแกรมนำเสนอ  เช่น  Microsoft  PowerPoint

โปรแกรมสร้างชิ้นงาน  เช่น  Microsoft  Visio






โปรแกรมตกแต่งภาพ  เช่น  Adobe  Photoshop

โปรแกรมอรรถประโยชน์  เช่น  WinZip  WinRAR

โปรแกรมเบราเซอร์   เช่น  internet  Explorer

โปรแกรมมัลติมีเดีย   เช่น  Windows  Media  Player

โปรแกรมเปิดไฟล์ภาพ   เช่น  ACDSee

โปรแกรมป้องกันไวรัส   เช่น   NOD32


บทที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

บทที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ความหมายของคอมพิวเตอร์

                คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความสามารถในการแปลภาษาและประมวลผลโดยผ่านโปรแกรมในการรับรู้ข้อมูลเข้าไปในเครื่อง คำนวณทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา แสดงผลลัพธ์สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้หน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ นั้นเป็นเพราะความสามารถหลายประการด้วยกันคือความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ รายงานและสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกสำนักงานมีการนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ



1.             ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด และนิยมใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ ปัจจุบันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมากที่สุดในโลกก็คือ IBM’s Biue Gene สำหรับในประเทศไทยได้นำซูปเปอร์คอมพิวเตอร์มาใช้งานหลายด้าน เช่น การพยากรณ์อากาศการปฎิบัติการทางการแพทย์ และองค์กรทางการศึกษา เป็นต้น


2.             เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกับองค์กรขนาดใหญ่ มีความสามารถในการประมวลผลที่มีความรวดเร็วมาก แต่น้อยกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สำหรับองค์กรตัวอย่างที่นำเมนเฟรมคอมพิวเตอร์มาใช้งาน ได้แก่ บริษัทประกันภัย ใช้เครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือประกัน ซึ่งมีจำนวนเป็นล้านๆ คน


3.             มินิคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง นิยมใช้กับบริษัทขนาดกลาง หรือฝ่ายต่างๆ ของบริษัทขนาดใหญ่


4.             ไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ จึงมีราคาไม่สูงมาก ทำให้เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในการนำไปใช้งาน ทำให้มีบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จำนวนมากแข่งขันกัน พัฒนาศักยภาพของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ ตั้งแต่การเพิ่มความรวดเร็ว ลดขนาด ลดน้ำหนัก และพัฒนารูปลักษณ์ให้มีความทันสมัย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันไมโครคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ
4.1                              เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ มีขนาดเล็กเหมาะที่จะวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ หรือโต๊ะทำงานแต่มีขนาดใหญ่เกินกว่าการพกพา


4.2                              โน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ เคลื่อนย้ายได้ สะดวก น้ำหนักเบา สามารถพกพาหรือนำไปใช้ในที่อื่น ๆ ได้


4.3                              แท็บแล็ตพีซี เป็นโน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไป แล้วใช้โปรแกรมประมวลผลคำในการเปลี่ยนเป็นข้อความ มีขนาดเล็ก เหมาะกับการพกพา


4.4                           
   ปาล์มคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์มือถือ ที่ระบบจะรับข้อมูลด้วยปากกา จดจำลายมือ เป็นเครื่องมือการสื่อสาร และจัดการกับงานส่วนตัว ปัจจุบันที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ พีดีเอ

เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ (Desktop Computer)
                ด้วยสำนักงานเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร การบริการ และการสื่อสาร และจำเป็นต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลาทำการ ดังนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่เป็นชนิดไมโครคอมพิวเตอร์ ประเภทเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้คือมีระบบระบายความร้อนที่ดี อายุการใช้งานยาวนานกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เมื่อใช้งานในลักษณะเดียวกัน สำหรับองค์ประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ประกอบด้วย

หน่วยระบบ หรือแชสซี เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ
                                -ไมโครโพรเซสเซอร์ ทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผลข้อมูลให้ได้สารสนเทศ ในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในตลับบรรจุมโครโพรเซสเซอร์



                                -หน่วยความจำหลัก หรือหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า “แรม” ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรมเพื่อรอการประมวลผล และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก่อนส่งออกไปยังอุปกรณ์แสดงผลชนิดอื่น ๆ บางครั้งอาจเรียกว่า หน่วยความจำชั่วคราว เพราะถ้าไม่มีกระแสไฟฟ้าและเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดทำงานลง ข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำชนิดนี้ก็จะสูญหายไป


                                -อุปกรณ์รับเข้า ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผล เช่น คีย์บอร์ดและเมาส์
                                -อุปกรณ์ส่งออกหรือแสดงผล ทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ส่งออกที่นิยม ได้แก่ จอภาพและเครื่องพิมพ์
                                -หน่วยความจำสำรอง เป็นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไว้ได้ ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกปิดไปแล้ว เมื่อเปิดเข้ามาอีกครั้งข้อมูลเหล่านั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เช่น ฮาร์ดดิสก์ ออปติคอลดิสก์ และแฟรชไดรฟ์ เป็นต้น
                                                =ฮาร์ดดิสก์ คือ อุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะหนา หรือเรียกว่า แพลตเตอร์
                                                =ออปติคอลดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลโดยใช้แสงเลเซอร์ แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่
                                                =ซีดี
                                                =ดีวีดี
                                                =ไฮเดฟ


                                -แฟลชไดร์ คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดเล็ก สามารถพกพาและต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตยูเอสบี

                                -อุปกรณ์สื่อสาร เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยกัน ปัจจุบันที่ใช้มาก ได้แก่ โมเด็มที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อกที่ผ่านมาทางสายโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณดิจิทัลในการสั่งการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน

อุปกรณ์อินพุตชนิดอื่น ๆ
                สำหรับอุปกรณ์อินพุตโดยทั่วไป ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์อินพุตมาตรฐานประเภทคีย์บอร์ดและเมาส์แล้วนั้น ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์อินพุตอีกหลายชนิดที่มีการใช้งานอยู่ตามสำนักงานโดยทั่วไปดังตัวอย่างต่อไปนี้


-ปากกาหรือสไตลัส (Stylus) มีลักษณะคล้ายปากกาลูกลื่นจึงเรียกว่า ปากกา แต่เป็นปากกาอิเล็กทรอนิกส์ นิยมนำมาใช้กับงานด้านการออกแบบ แต่ปัจจุบันพบเห็นได้มากกับการนำสไตลัสมาใช้กับเครื่องปาล์มคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์มือถือ เครื่องพีดีเอ รวมทั้งแท็บเล็ต
-ปากกาแสง (Light Pen) มีลักษณะเป็นปากกาที่ใช้สำหรับชี้ตำแหน่งบนจอภาพ นิยมใช้กับงานด้านการออกแบบและทางการแพทย์
-จอแบบสัมผัส (Touch Screen) มีลักษณะเป็นจอภาพทั่วไป แต่เป็นจอชนิดพิเศษที่นอกจากแสดงผลแล้ว ยังสามารถเป็นอุปกรณ์อินพุตอีกด้วย ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานทางด้านธุรกิจ งานโรงแรม สายการบิน โรงภาพยนต์ ร้านคาราโอเกะ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งจะรับข้อมูลโดยการใช้นิ้วกดไปยังตำแหน่งของข้อมูลบนจอภาพ ปัจจุบันราคายังสูง จึงยังไม่ค่อยนิยมซื้อมาใช้เป็นของส่วนตัว
-สแกนเนอร์ (Scanners) ปัจจุบันนิยมใช้โดยงานทั่วไป โดยการแสดงข้อมูลให้กลายเป็นภาพแล้วจัดเก็บในรูปของไฟล์ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องถ่ายเอกสารที่ไม่สามารถบันทึกไว้ในรูปของไฟล์ได้ นอกจากนี้ หลายคนยังเข้าใจว่าสแกนเนอร์ทำได้เฉพาะเป็นเครื่องสแกนภาพเท่านัเน ซึ่งอันที่จริงยังคงมีเครื่องสแกนเนอร์อีกหลายประเภท ได้แก่ เครื่องอ่านบาร์โค๊ด เครื่องสแกนภาพ และเครื่องอักขระซีอาร์


-เครื่องอ่านบาร์โค๊ด (Baarcode Readers/Barcode Scanners) มีลักษณะการทำงานโดยการนำเครื่องอ่านบาร์โค๊ดมาใช้อ่านข้อมูลแทนการคีย์ข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดจากการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างไรก็ดี รูปแบบของแถบรหัสบาร์โค๊ดก็มีหลากหลายแตกต่างกันไปตามมาตรฐานซึ่งมีแถบรหัสสีดำและสีขาวที่มีความกว้างไม่เท่ากัน การเลือกใช้เครื่องอ่านบาร์โค๊ดจึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ปัจจุบันพบเห็นได้มากตามห้างสรรพสินค้า ซูปเปอร์มาร์เกตงานห้องสมุด เป็นต้น
-เครื่องอ่านอักขระโอซีอาร์ (OCR : Optical Character Recognition) มีลักษณะการทำงานโดยการสแกนภาพเอกสารทั่วไปและบันทึกไว้ในลักษณะของบิตแมป ประกอบไปด้วยจุด โดยแต่ละจุดจะแทนค่าหนึ่งบิตหรือมากกว่า หลังจากนั้นจะใช้โปรแกรม OCR ในการแปลจุดเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อความเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจในลักษณะของตัวอักษรหรือตัวเลข
-เครื่องโอเอ็มอาร์ (OMR : Optical Mark Recognition) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับอ่านคำตอบ ซึ่งนิยมนำมาใช้กับการตรวจสอบประเภทปรนัยที่ให้นักศึกษาฝนคำตอบด้วยดินสอ 2B เครื่องอ่าน OMR นี้จะใช้แสงในการอ่านด้วยการเทียบคำตอบที่ฝนไว้ว่าตรงกับคีย์คำตอบที่ถูกต้องหรือไม่
-ไมโครโฟน (Microphones) เป็นอุปกรณืที่ใช้สำหรับรับเสียง โดยเสียงที่พูดผ่านไมโครโฟนนั้นจะถูกส่งไปยังการ์ดเสียงเพื่อแปลงสัญญานดิจิทัลและจัดเก็บลงในคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้เสียงเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ การจดจำเสียง และการใช้เสียงในการกำหนดรหัสผ่าน เป็นต้น

ความสามารถของคอมพิวเตอร์
                สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงต้องมีการจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ นั้นเป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกัน คือ


1.                ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้ต้องมีข้อมูล และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วควรให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูล และนำเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีเจ้าของบัตร และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่
1.1      การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้อัตโนมัติ
1.2      การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไปให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2.                ความสามารถเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ๆ คอมพิวเตอร์โดยทั่วไปขนาด 200 หน้า ใช้งานได้มากมาย  อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัวซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวันแต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัวหรือเท่ากับเก็บหนังสิไว้ในตัวได้หลานร้อยเล่ม การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง เช่น
2.1      งานทะเบียนราษฎร มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
2.2      งานบริการหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพนักงานโทรศัพท์หมายเลข 1133  มีการเก็บชื่อที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าหายเลขโทรศัพท์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อเราสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใด พนักงานก็จะค้นหมายเลขโทรศัพท์นั้นให้
2.3      งานเวชระเบียนมีการเก็บรายละเอียดและประวัติของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว




3.                การค้นหาข้อมูล การเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เอาไวนั้น หากไม่มีระบบการเก็บที่ดีพอก็เหมือนกับการนำกระดาษเอกสารมากองสุมกัน เมื่อต้องการค้นหาเอกสารสักเรื่องหนึ่งก็จะเป็นการยากและเสียเวลามากที่จะรื้อกองเอกสารนั้นให้พบข้อมูลที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้คิดวิธีการและระบบต่าง ๆ ในการเก็บจข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ในการเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการออกมาได้โดยง่าย ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก หน่วยงานหลายแห่งได้เก็บข้อมูลเอาไว้มากมาย แต่ถ้าหากเก็บแล้วคืนมาใช้ไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
3.1      การค้นหาว่านามสกุลที่ตั้งให่นั้นซ้ำกับของผู้ใดบ้างหรือไม่ จำเป็นต้องค้นและตรวจสอบกับนามสกุลของคนทั้งประเทศ
3.2      การค้นหาว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบบนแก้วน้ำในห้องที่เกิดอาชญากรรมนั้นตรงกับลายนิ้วมือผู้ใดที่ได้บันทึกเก็บไว้หรือไม่
3.3      การค้นหาชื่อเจ้าของรถยนต์ที่ขับรถชนคนแล้วขับหนี แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์เอาไว้แล้วส่งมาให้



4.                ความสามารถในการคำนวณได้อย่างรวดเร็ว เป็นความสามารถสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมหาศาลในกิจการทั่วไป ไม่เฉพาะแต่เพียงด้านที่เกี่ยวกับการคำนวณ เช่น งานวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเท่านั้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วมาก แม้เรื่องขนาดเล็กก็ยังสามารถคำนวณได้รวดเร็ว ขนาดบวกเลขได้หลายล้านจำนวนต่อวินาที ตัวอย่างประโยชน์จากความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วคือ
4.1      การวิเคราห์ออกแบบอาคารสูงหลายสิบชั้น จำเป็นจะต้องแก้สมการหลายร้อยสมการซึ่งสุดวิสัยที่ผู้ใดจะคำนวณได้ในเวลาอันสั้น ถ้าหากให้วิศวกรโยธาคำนวณวิเคราะห์อาคารสูงขนาด 50 ชั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี แต่ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
4.2      การจัดทำภาพดาวเทียมสำหรับพยากรณ์อากาศนั้น จำเป็นจะต้องทำการคำนวณเป็นปริมาณมากมายมหาศาล ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดสมรรนะสูงแล้วเราจะไม่สามารถนำสัญญานภาพจากดาวเทียมมาแปลงเป็นภาพถ่ายได้เลย
4.3      การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทบวงมหาวิทยาลัยจัดสอบเป็นประจำทุกปีนั้นจะมีนักเรียนมาสอบมากถึงหนึ่งแสนคน การคิดคะแนน การจัดจำแนกและเปรียบเทียบคะแนนตามสาขาวิชาที่นักเรียนสมัครเพื่อให้ได้ชื่อผู้ที่สอบคัดเลือกได้นั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนถ้าหากไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย


5.                ความสามารถในการสร้างภาพลายเส้นหรือภาพกราฟฟิก ทำให้สามารถสร้างภาพกราฟแบบต่าง ๆ ทั้งกราฟแท่ง กราฟเส้น กราฟวงกลม หรือแม้แต่ภาพลายเส้น และภาพถ่ายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแนวคิดด้านการ “นำเสนอผลงาน” หรือ “การบรรยายสรุป” ที่ใช้ภาพกราฟฟิกประกอบเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการอ่านหรือดูเพียงตารางที่มีเพียงแค่ตัวเลข ความสามารถนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เดินทางไปถึงโต๊ะของผู้บริหารมากขึ้นเนื่องจากเพียงแค่ใช้นิ้วกดคำสั่งเท่านั้น ผู้บริหารก็สามารถเรียกค้นดูแนวโน้มของเรื่องต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น
5.1      ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ อาจใช้คอมพิวเตอร์แสดงโน้มน้าวของความต้องการบริการของประชาชนเป็นกราฟเส้นได้ ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนความสามารถของหน่วยงานได้ชัดขึ้น
5.2      ผู้บริหารอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลการใช้งบประมาณด้านต่าง ๆ ในรอบปี งบประมาณมาจัดทำเป็นกราฟวงกลม เพื่อจัดพิมพ์รายงานหรือเพื่อจัดทำเป็นแผ่นโปร่งใส ประกอบการบรรยายสรุปได้
5.3      หน่วยงานอาจจัดทำระบบประวัติข้าราชการซึ่งบรรจุภาพถ่ายของเจ้าของประวัติไว้ด้วย เมื่อค้นหาประวัติของผู้ใดก็จะได้เห็นภาพถ่ายของผู้นั้นพร้อมกันไปด้วย ทำให้การพิจารณาความดีความชอบง่ายขึ้น ไม่ผิดฝาผิดตัว
6.                ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักและอุปกรณ์อื่น ๆ คอมพิวเตอร์นั้นทำงานได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ ดังนั้น จึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการทำงานที่ต้องอาศัยความรวดเร็วมาก ๆ เช่น ใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงานหรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
6.1      การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงจักรไฟฟ้า
6.2      การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการส่งแก๊ซธรรมชาติจากโรงงานแยกก๊าซที่ระยองเข้าสู่ท่อส่งก๊าซไปยังโรงจักรไฟฟ้าที่บางประกง

สรุปสาระการเรียนรู้หน่วยที่ 3
                คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถในการแปลภาษา ประมวลผลต่าง ๆ โดยผ่านโปรแกรมในการรับรู้เข้าไปในเครื่อง เพื่อการทำงานที่รวดเร็ว โดยแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น 4 ประเภท คือ
1.             ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
2.             เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกับองค์กรขนาดใหญ่ มีความสามารถในการประมวลผลได้รวดเร็วมาก
3.             มินิคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง นิยมใช้กับบริษัทขนาดกลาง หรือฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทขนาดใหญ่
4.             ไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด ราคาจึงไม่สูงมาก โดยสามารถแบ่งออกได้4ชนิด เดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ แท็บแลตอพีซี ปาล์มคอมพิวเตอร์
เดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวที่มีการระบายความร้อนได้ดี อายุการใช้งานยาวนานกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้งานลักษณะเดียวกันิองค์ประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ประกอบด้วย
หน่วยระบบ เป็นอุปกรณ์บรรจุชิ้นส่วนจำนวนมาก ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ ไมโครโพรเซสเตอร์และหน่วยความจำหลัก
อุปกรณ์รับเข้า ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ส่งออกหรือแสดงผล ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์
หน่วยความจำสำรอง ทำหน้าที่เก็บข้อมูลถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกปิดไปแล้ว
อุปกรณ์สื่อสาร ทำหน้าที่เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยกัน
อุปกรณ์อินพุตชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานแล้ว ยังคงมีอุปกรณ์อีกหลายชนิดที่มีการใช้งานอยู่ตามสำนักงานทั่วไป
                                -ปากกาหรือสไตลัส
                                -ปากกาแสง
                                -จอภาพแบบสัมผัส
                                -สแกนเนอร์
                                -เครื่องอ่านบาร์โค๊ด
                                -เครื่องอ่านอักขระโอซีอาร์
                                -เครื่องโอเอ็มอาร์
                                -ไมโครโฟน
                ความสามารถของคอมพิวเตอร์ สาเหตุที่คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนกระทั่งหน่วยงานต่างๆต้องจัดหาไปใช้งานมีดังนี้
-ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆได้โดยอัตโนมัติ
-ความสามารถในการเก็บข้อมูลไว้ใช้เป็นจำนวนมาก
-ความสามารถในการค้นหาข้อมูล
-ความสามารถในการคำนวณ
-ความสามารถในการสร้างลายเส้น
-ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักร เป็นต้น