บทที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์
คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีความสามารถในการแปลภาษาและประมวลผลโดยผ่านโปรแกรมในการรับรู้ข้อมูลเข้าไปในเครื่อง
คำนวณทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา
แสดงผลลัพธ์สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้หน่วยงาน
ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ
นั้นเป็นเพราะความสามารถหลายประการด้วยกันคือความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง
ๆ รายงานและสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว
ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกสำนักงานมีการนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานต่าง
ๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ
1.
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด
และนิยมใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ ปัจจุบันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมากที่สุดในโลกก็คือ
IBM’s Biue Gene สำหรับในประเทศไทยได้นำซูปเปอร์คอมพิวเตอร์มาใช้งานหลายด้าน
เช่น การพยากรณ์อากาศการปฎิบัติการทางการแพทย์ และองค์กรทางการศึกษา เป็นต้น
2.
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกับองค์กรขนาดใหญ่
มีความสามารถในการประมวลผลที่มีความรวดเร็วมาก แต่น้อยกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์
สำหรับองค์กรตัวอย่างที่นำเมนเฟรมคอมพิวเตอร์มาใช้งาน ได้แก่ บริษัทประกันภัย
ใช้เครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือประกัน
ซึ่งมีจำนวนเป็นล้านๆ คน
3.
มินิคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง นิยมใช้กับบริษัทขนาดกลาง หรือฝ่ายต่างๆ
ของบริษัทขนาดใหญ่
4.
ไมโครคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด
เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ จึงมีราคาไม่สูงมาก
ทำให้เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในการนำไปใช้งาน
ทำให้มีบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จำนวนมากแข่งขันกัน
พัฒนาศักยภาพของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ ตั้งแต่การเพิ่มความรวดเร็ว ลดขนาด ลดน้ำหนัก
และพัฒนารูปลักษณ์ให้มีความทันสมัย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ปัจจุบันไมโครคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ
4.1
เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์
มีขนาดเล็กเหมาะที่จะวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์
หรือโต๊ะทำงานแต่มีขนาดใหญ่เกินกว่าการพกพา
4.2
โน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์
หรือแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ เคลื่อนย้ายได้ สะดวก น้ำหนักเบา
สามารถพกพาหรือนำไปใช้ในที่อื่น ๆ ได้
4.3
แท็บแล็ตพีซี
เป็นโน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไป
แล้วใช้โปรแกรมประมวลผลคำในการเปลี่ยนเป็นข้อความ มีขนาดเล็ก เหมาะกับการพกพา
4.4
ปาล์มคอมพิวเตอร์
หรือคอมพิวเตอร์มือถือ ที่ระบบจะรับข้อมูลด้วยปากกา จดจำลายมือ
เป็นเครื่องมือการสื่อสาร และจัดการกับงานส่วนตัว
ปัจจุบันที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ พีดีเอ
เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ (Desktop Computer)
ด้วยสำนักงานเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร การบริการ และการสื่อสาร และจำเป็นต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลาทำการ
ดังนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่เป็นชนิดไมโครคอมพิวเตอร์
ประเภทเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้คือมีระบบระบายความร้อนที่ดี
อายุการใช้งานยาวนานกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เมื่อใช้งานในลักษณะเดียวกัน
สำหรับองค์ประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ประกอบด้วย
หน่วยระบบ หรือแชสซี
เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ
-ไมโครโพรเซสเซอร์ ทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผลข้อมูลให้ได้สารสนเทศ ในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในตลับบรรจุมโครโพรเซสเซอร์
-หน่วยความจำหลัก หรือหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า
“แรม” ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรมเพื่อรอการประมวลผล
และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก่อนส่งออกไปยังอุปกรณ์แสดงผลชนิดอื่น ๆ
บางครั้งอาจเรียกว่า หน่วยความจำชั่วคราว
เพราะถ้าไม่มีกระแสไฟฟ้าและเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดทำงานลง
ข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำชนิดนี้ก็จะสูญหายไป
-อุปกรณ์รับเข้า ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผล
เช่น คีย์บอร์ดและเมาส์
-อุปกรณ์ส่งออกหรือแสดงผล ทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ส่งออกที่นิยม
ได้แก่ จอภาพและเครื่องพิมพ์
-หน่วยความจำสำรอง เป็นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไว้ได้ ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกปิดไปแล้ว
เมื่อเปิดเข้ามาอีกครั้งข้อมูลเหล่านั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เช่น ฮาร์ดดิสก์
ออปติคอลดิสก์ และแฟรชไดรฟ์ เป็นต้น
=ฮาร์ดดิสก์ คือ
อุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะหนา หรือเรียกว่า แพลตเตอร์
=ออปติคอลดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลโดยใช้แสงเลเซอร์ แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่
=ซีดี
=ดีวีดี
=ไฮเดฟ
-แฟลชไดร์ คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดเล็ก
สามารถพกพาและต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตยูเอสบี
-อุปกรณ์สื่อสาร เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยกัน
ปัจจุบันที่ใช้มาก ได้แก่
โมเด็มที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อกที่ผ่านมาทางสายโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณดิจิทัลในการสั่งการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน
อุปกรณ์อินพุตชนิดอื่น ๆ
สำหรับอุปกรณ์อินพุตโดยทั่วไป
ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์อินพุตมาตรฐานประเภทคีย์บอร์ดและเมาส์แล้วนั้น
ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์อินพุตอีกหลายชนิดที่มีการใช้งานอยู่ตามสำนักงานโดยทั่วไปดังตัวอย่างต่อไปนี้
-ปากกาหรือสไตลัส
(Stylus)
มีลักษณะคล้ายปากกาลูกลื่นจึงเรียกว่า ปากกา แต่เป็นปากกาอิเล็กทรอนิกส์
นิยมนำมาใช้กับงานด้านการออกแบบ
แต่ปัจจุบันพบเห็นได้มากกับการนำสไตลัสมาใช้กับเครื่องปาล์มคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์มือถือ เครื่องพีดีเอ รวมทั้งแท็บเล็ต
-ปากกาแสง
(Light Pen)
มีลักษณะเป็นปากกาที่ใช้สำหรับชี้ตำแหน่งบนจอภาพ
นิยมใช้กับงานด้านการออกแบบและทางการแพทย์
-จอแบบสัมผัส
(Touch Screen)
มีลักษณะเป็นจอภาพทั่วไป แต่เป็นจอชนิดพิเศษที่นอกจากแสดงผลแล้ว
ยังสามารถเป็นอุปกรณ์อินพุตอีกด้วย ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานทางด้านธุรกิจ งานโรงแรม
สายการบิน โรงภาพยนต์ ร้านคาราโอเกะ และอื่นๆ อีกมาก
ซึ่งจะรับข้อมูลโดยการใช้นิ้วกดไปยังตำแหน่งของข้อมูลบนจอภาพ ปัจจุบันราคายังสูง
จึงยังไม่ค่อยนิยมซื้อมาใช้เป็นของส่วนตัว
-สแกนเนอร์
(Scanners) ปัจจุบันนิยมใช้โดยงานทั่วไป
โดยการแสดงข้อมูลให้กลายเป็นภาพแล้วจัดเก็บในรูปของไฟล์
ซึ่งแตกต่างจากเครื่องถ่ายเอกสารที่ไม่สามารถบันทึกไว้ในรูปของไฟล์ได้ นอกจากนี้
หลายคนยังเข้าใจว่าสแกนเนอร์ทำได้เฉพาะเป็นเครื่องสแกนภาพเท่านัเน
ซึ่งอันที่จริงยังคงมีเครื่องสแกนเนอร์อีกหลายประเภท ได้แก่ เครื่องอ่านบาร์โค๊ด
เครื่องสแกนภาพ และเครื่องอักขระซีอาร์
-เครื่องอ่านบาร์โค๊ด
(Baarcode Readers/Barcode Scanners) มีลักษณะการทำงานโดยการนำเครื่องอ่านบาร์โค๊ดมาใช้อ่านข้อมูลแทนการคีย์ข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด
ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดจากการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างไรก็ดี
รูปแบบของแถบรหัสบาร์โค๊ดก็มีหลากหลายแตกต่างกันไปตามมาตรฐานซึ่งมีแถบรหัสสีดำและสีขาวที่มีความกว้างไม่เท่ากัน
การเลือกใช้เครื่องอ่านบาร์โค๊ดจึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ปัจจุบันพบเห็นได้มากตามห้างสรรพสินค้า ซูปเปอร์มาร์เกตงานห้องสมุด เป็นต้น
-เครื่องอ่านอักขระโอซีอาร์
(OCR : Optical Character Recognition) มีลักษณะการทำงานโดยการสแกนภาพเอกสารทั่วไปและบันทึกไว้ในลักษณะของบิตแมป
ประกอบไปด้วยจุด โดยแต่ละจุดจะแทนค่าหนึ่งบิตหรือมากกว่า หลังจากนั้นจะใช้โปรแกรม OCR
ในการแปลจุดเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อความเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจในลักษณะของตัวอักษรหรือตัวเลข
-เครื่องโอเอ็มอาร์
(OMR : Optical Mark Recognition) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับอ่านคำตอบ
ซึ่งนิยมนำมาใช้กับการตรวจสอบประเภทปรนัยที่ให้นักศึกษาฝนคำตอบด้วยดินสอ 2B
เครื่องอ่าน OMR นี้จะใช้แสงในการอ่านด้วยการเทียบคำตอบที่ฝนไว้ว่าตรงกับคีย์คำตอบที่ถูกต้องหรือไม่
-ไมโครโฟน
(Microphones) เป็นอุปกรณืที่ใช้สำหรับรับเสียง
โดยเสียงที่พูดผ่านไมโครโฟนนั้นจะถูกส่งไปยังการ์ดเสียงเพื่อแปลงสัญญานดิจิทัลและจัดเก็บลงในคอมพิวเตอร์
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้เสียงเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ การจดจำเสียง
และการใช้เสียงในการกำหนดรหัสผ่าน เป็นต้น
ความสามารถของคอมพิวเตอร์
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงต้องมีการจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน
ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ นั้นเป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกัน คือ
1.
ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง
ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้ต้องมีข้อมูล
และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วควรให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูล
และนำเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ
ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีเจ้าของบัตร
และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ
ได้แก่
1.1
การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ
แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้อัตโนมัติ
1.2
การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า
แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไปให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2.
ความสามารถเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก
ๆ คอมพิวเตอร์โดยทั่วไปขนาด 200 หน้า ใช้งานได้มากมาย
อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัวซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวันแต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง
ๆ
ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัวหรือเท่ากับเก็บหนังสิไว้ในตัวได้หลานร้อยเล่ม
การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง เช่น
2.1
งานทะเบียนราษฎร
มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
2.2
งานบริการหมายเลขโทรศัพท์
ซึ่งพนักงานโทรศัพท์หมายเลข 1133 มีการเก็บชื่อที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าหายเลขโทรศัพท์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว
เมื่อเราสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใด พนักงานก็จะค้นหมายเลขโทรศัพท์นั้นให้
2.3
งานเวชระเบียนมีการเก็บรายละเอียดและประวัติของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง
ๆ เอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว
3.
การค้นหาข้อมูล
การเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เอาไวนั้น
หากไม่มีระบบการเก็บที่ดีพอก็เหมือนกับการนำกระดาษเอกสารมากองสุมกัน
เมื่อต้องการค้นหาเอกสารสักเรื่องหนึ่งก็จะเป็นการยากและเสียเวลามากที่จะรื้อกองเอกสารนั้นให้พบข้อมูลที่ต้องการ
ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้คิดวิธีการและระบบต่าง ๆ ในการเก็บจข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์
ในการเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการออกมาได้โดยง่าย
ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก
หน่วยงานหลายแห่งได้เก็บข้อมูลเอาไว้มากมาย แต่ถ้าหากเก็บแล้วคืนมาใช้ไม่ได้
ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ
เช่น
3.1
การค้นหาว่านามสกุลที่ตั้งให่นั้นซ้ำกับของผู้ใดบ้างหรือไม่
จำเป็นต้องค้นและตรวจสอบกับนามสกุลของคนทั้งประเทศ
3.2
การค้นหาว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบบนแก้วน้ำในห้องที่เกิดอาชญากรรมนั้นตรงกับลายนิ้วมือผู้ใดที่ได้บันทึกเก็บไว้หรือไม่
3.3
การค้นหาชื่อเจ้าของรถยนต์ที่ขับรถชนคนแล้วขับหนี
แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์เอาไว้แล้วส่งมาให้
4.
ความสามารถในการคำนวณได้อย่างรวดเร็ว
เป็นความสามารถสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมหาศาลในกิจการทั่วไป
ไม่เฉพาะแต่เพียงด้านที่เกี่ยวกับการคำนวณ เช่น
งานวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเท่านั้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วมาก
แม้เรื่องขนาดเล็กก็ยังสามารถคำนวณได้รวดเร็ว ขนาดบวกเลขได้หลายล้านจำนวนต่อวินาที
ตัวอย่างประโยชน์จากความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วคือ
4.1
การวิเคราห์ออกแบบอาคารสูงหลายสิบชั้น
จำเป็นจะต้องแก้สมการหลายร้อยสมการซึ่งสุดวิสัยที่ผู้ใดจะคำนวณได้ในเวลาอันสั้น
ถ้าหากให้วิศวกรโยธาคำนวณวิเคราะห์อาคารสูงขนาด 50 ชั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี แต่ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
จะเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
4.2
การจัดทำภาพดาวเทียมสำหรับพยากรณ์อากาศนั้น
จำเป็นจะต้องทำการคำนวณเป็นปริมาณมากมายมหาศาล
ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดสมรรนะสูงแล้วเราจะไม่สามารถนำสัญญานภาพจากดาวเทียมมาแปลงเป็นภาพถ่ายได้เลย
4.3
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทบวงมหาวิทยาลัยจัดสอบเป็นประจำทุกปีนั้นจะมีนักเรียนมาสอบมากถึงหนึ่งแสนคน
การคิดคะแนน
การจัดจำแนกและเปรียบเทียบคะแนนตามสาขาวิชาที่นักเรียนสมัครเพื่อให้ได้ชื่อผู้ที่สอบคัดเลือกได้นั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนถ้าหากไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
5.
ความสามารถในการสร้างภาพลายเส้นหรือภาพกราฟฟิก
ทำให้สามารถสร้างภาพกราฟแบบต่าง ๆ ทั้งกราฟแท่ง กราฟเส้น กราฟวงกลม
หรือแม้แต่ภาพลายเส้น และภาพถ่ายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแนวคิดด้านการ “นำเสนอผลงาน”
หรือ “การบรรยายสรุป” ที่ใช้ภาพกราฟฟิกประกอบเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดต่าง
ๆ ได้ง่ายกว่าการอ่านหรือดูเพียงตารางที่มีเพียงแค่ตัวเลข
ความสามารถนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เดินทางไปถึงโต๊ะของผู้บริหารมากขึ้นเนื่องจากเพียงแค่ใช้นิ้วกดคำสั่งเท่านั้น
ผู้บริหารก็สามารถเรียกค้นดูแนวโน้มของเรื่องต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น
5.1
ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ
อาจใช้คอมพิวเตอร์แสดงโน้มน้าวของความต้องการบริการของประชาชนเป็นกราฟเส้นได้
ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนความสามารถของหน่วยงานได้ชัดขึ้น
5.2
ผู้บริหารอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลการใช้งบประมาณด้านต่าง
ๆ ในรอบปี งบประมาณมาจัดทำเป็นกราฟวงกลม
เพื่อจัดพิมพ์รายงานหรือเพื่อจัดทำเป็นแผ่นโปร่งใส ประกอบการบรรยายสรุปได้
5.3
หน่วยงานอาจจัดทำระบบประวัติข้าราชการซึ่งบรรจุภาพถ่ายของเจ้าของประวัติไว้ด้วย
เมื่อค้นหาประวัติของผู้ใดก็จะได้เห็นภาพถ่ายของผู้นั้นพร้อมกันไปด้วย
ทำให้การพิจารณาความดีความชอบง่ายขึ้น ไม่ผิดฝาผิดตัว
6.
ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักและอุปกรณ์อื่น
ๆ คอมพิวเตอร์นั้นทำงานได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ ดังนั้น
จึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการทำงานที่ต้องอาศัยความรวดเร็วมาก ๆ เช่น
ใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงานหรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
6.1
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงจักรไฟฟ้า
6.2
การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการส่งแก๊ซธรรมชาติจากโรงงานแยกก๊าซที่ระยองเข้าสู่ท่อส่งก๊าซไปยังโรงจักรไฟฟ้าที่บางประกง
สรุปสาระการเรียนรู้หน่วยที่ 3
คอมพิวเตอร์
คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถในการแปลภาษา ประมวลผลต่าง ๆ
โดยผ่านโปรแกรมในการรับรู้เข้าไปในเครื่อง เพื่อการทำงานที่รวดเร็ว
โดยแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น 4
ประเภท คือ
1.
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
2.
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกับองค์กรขนาดใหญ่
มีความสามารถในการประมวลผลได้รวดเร็วมาก
3.
มินิคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง นิยมใช้กับบริษัทขนาดกลาง หรือฝ่ายต่าง ๆ
ของบริษัทขนาดใหญ่
4.
ไมโครคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด ราคาจึงไม่สูงมาก โดยสามารถแบ่งออกได้4ชนิด เดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์
แท็บแลตอพีซี ปาล์มคอมพิวเตอร์
เดสก์ทอปคอมพิวเตอร์
เป็นคอมพิวที่มีการระบายความร้อนได้ดี อายุการใช้งานยาวนานกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นอื่น
ๆ ที่ใช้งานลักษณะเดียวกันิองค์ประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ประกอบด้วย
หน่วยระบบ
เป็นอุปกรณ์บรรจุชิ้นส่วนจำนวนมาก ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ ไมโครโพรเซสเตอร์และหน่วยความจำหลัก
อุปกรณ์รับเข้า
ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ส่งออกหรือแสดงผล
ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์
หน่วยความจำสำรอง
ทำหน้าที่เก็บข้อมูลถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกปิดไปแล้ว
อุปกรณ์สื่อสาร
ทำหน้าที่เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยกัน
อุปกรณ์อินพุตชนิดอื่น
ๆ นอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานแล้ว
ยังคงมีอุปกรณ์อีกหลายชนิดที่มีการใช้งานอยู่ตามสำนักงานทั่วไป
-ปากกาหรือสไตลัส
-ปากกาแสง
-จอภาพแบบสัมผัส
-สแกนเนอร์
-เครื่องอ่านบาร์โค๊ด
-เครื่องอ่านอักขระโอซีอาร์
-เครื่องโอเอ็มอาร์
-ไมโครโฟน
ความสามารถของคอมพิวเตอร์
สาเหตุที่คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนกระทั่งหน่วยงานต่างๆต้องจัดหาไปใช้งานมีดังนี้
-ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆได้โดยอัตโนมัติ
-ความสามารถในการเก็บข้อมูลไว้ใช้เป็นจำนวนมาก
-ความสามารถในการค้นหาข้อมูล
-ความสามารถในการคำนวณ
-ความสามารถในการสร้างลายเส้น
-ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักร เป็นต้น