วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บทที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

บทที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ความหมายของคอมพิวเตอร์

                คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความสามารถในการแปลภาษาและประมวลผลโดยผ่านโปรแกรมในการรับรู้ข้อมูลเข้าไปในเครื่อง คำนวณทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา แสดงผลลัพธ์สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้หน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ นั้นเป็นเพราะความสามารถหลายประการด้วยกันคือความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ รายงานและสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกสำนักงานมีการนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ



1.             ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด และนิยมใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ ปัจจุบันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมากที่สุดในโลกก็คือ IBM’s Biue Gene สำหรับในประเทศไทยได้นำซูปเปอร์คอมพิวเตอร์มาใช้งานหลายด้าน เช่น การพยากรณ์อากาศการปฎิบัติการทางการแพทย์ และองค์กรทางการศึกษา เป็นต้น


2.             เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกับองค์กรขนาดใหญ่ มีความสามารถในการประมวลผลที่มีความรวดเร็วมาก แต่น้อยกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สำหรับองค์กรตัวอย่างที่นำเมนเฟรมคอมพิวเตอร์มาใช้งาน ได้แก่ บริษัทประกันภัย ใช้เครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือประกัน ซึ่งมีจำนวนเป็นล้านๆ คน


3.             มินิคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง นิยมใช้กับบริษัทขนาดกลาง หรือฝ่ายต่างๆ ของบริษัทขนาดใหญ่


4.             ไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ จึงมีราคาไม่สูงมาก ทำให้เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในการนำไปใช้งาน ทำให้มีบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จำนวนมากแข่งขันกัน พัฒนาศักยภาพของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ ตั้งแต่การเพิ่มความรวดเร็ว ลดขนาด ลดน้ำหนัก และพัฒนารูปลักษณ์ให้มีความทันสมัย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันไมโครคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ
4.1                              เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ มีขนาดเล็กเหมาะที่จะวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ หรือโต๊ะทำงานแต่มีขนาดใหญ่เกินกว่าการพกพา


4.2                              โน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ เคลื่อนย้ายได้ สะดวก น้ำหนักเบา สามารถพกพาหรือนำไปใช้ในที่อื่น ๆ ได้


4.3                              แท็บแล็ตพีซี เป็นโน๊ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไป แล้วใช้โปรแกรมประมวลผลคำในการเปลี่ยนเป็นข้อความ มีขนาดเล็ก เหมาะกับการพกพา


4.4                           
   ปาล์มคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์มือถือ ที่ระบบจะรับข้อมูลด้วยปากกา จดจำลายมือ เป็นเครื่องมือการสื่อสาร และจัดการกับงานส่วนตัว ปัจจุบันที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ พีดีเอ

เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ (Desktop Computer)
                ด้วยสำนักงานเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร การบริการ และการสื่อสาร และจำเป็นต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลาทำการ ดังนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่เป็นชนิดไมโครคอมพิวเตอร์ ประเภทเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคุณลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้คือมีระบบระบายความร้อนที่ดี อายุการใช้งานยาวนานกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เมื่อใช้งานในลักษณะเดียวกัน สำหรับองค์ประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ประกอบด้วย

หน่วยระบบ หรือแชสซี เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ
                                -ไมโครโพรเซสเซอร์ ทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผลข้อมูลให้ได้สารสนเทศ ในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในตลับบรรจุมโครโพรเซสเซอร์



                                -หน่วยความจำหลัก หรือหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า “แรม” ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรมเพื่อรอการประมวลผล และเก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก่อนส่งออกไปยังอุปกรณ์แสดงผลชนิดอื่น ๆ บางครั้งอาจเรียกว่า หน่วยความจำชั่วคราว เพราะถ้าไม่มีกระแสไฟฟ้าและเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดทำงานลง ข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำชนิดนี้ก็จะสูญหายไป


                                -อุปกรณ์รับเข้า ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผล เช่น คีย์บอร์ดและเมาส์
                                -อุปกรณ์ส่งออกหรือแสดงผล ทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ส่งออกที่นิยม ได้แก่ จอภาพและเครื่องพิมพ์
                                -หน่วยความจำสำรอง เป็นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไว้ได้ ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกปิดไปแล้ว เมื่อเปิดเข้ามาอีกครั้งข้อมูลเหล่านั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เช่น ฮาร์ดดิสก์ ออปติคอลดิสก์ และแฟรชไดรฟ์ เป็นต้น
                                                =ฮาร์ดดิสก์ คือ อุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะหนา หรือเรียกว่า แพลตเตอร์
                                                =ออปติคอลดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลโดยใช้แสงเลเซอร์ แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่
                                                =ซีดี
                                                =ดีวีดี
                                                =ไฮเดฟ


                                -แฟลชไดร์ คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดเล็ก สามารถพกพาและต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตยูเอสบี

                                -อุปกรณ์สื่อสาร เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยกัน ปัจจุบันที่ใช้มาก ได้แก่ โมเด็มที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อกที่ผ่านมาทางสายโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณดิจิทัลในการสั่งการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน

อุปกรณ์อินพุตชนิดอื่น ๆ
                สำหรับอุปกรณ์อินพุตโดยทั่วไป ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์อินพุตมาตรฐานประเภทคีย์บอร์ดและเมาส์แล้วนั้น ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์อินพุตอีกหลายชนิดที่มีการใช้งานอยู่ตามสำนักงานโดยทั่วไปดังตัวอย่างต่อไปนี้


-ปากกาหรือสไตลัส (Stylus) มีลักษณะคล้ายปากกาลูกลื่นจึงเรียกว่า ปากกา แต่เป็นปากกาอิเล็กทรอนิกส์ นิยมนำมาใช้กับงานด้านการออกแบบ แต่ปัจจุบันพบเห็นได้มากกับการนำสไตลัสมาใช้กับเครื่องปาล์มคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์มือถือ เครื่องพีดีเอ รวมทั้งแท็บเล็ต
-ปากกาแสง (Light Pen) มีลักษณะเป็นปากกาที่ใช้สำหรับชี้ตำแหน่งบนจอภาพ นิยมใช้กับงานด้านการออกแบบและทางการแพทย์
-จอแบบสัมผัส (Touch Screen) มีลักษณะเป็นจอภาพทั่วไป แต่เป็นจอชนิดพิเศษที่นอกจากแสดงผลแล้ว ยังสามารถเป็นอุปกรณ์อินพุตอีกด้วย ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานทางด้านธุรกิจ งานโรงแรม สายการบิน โรงภาพยนต์ ร้านคาราโอเกะ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งจะรับข้อมูลโดยการใช้นิ้วกดไปยังตำแหน่งของข้อมูลบนจอภาพ ปัจจุบันราคายังสูง จึงยังไม่ค่อยนิยมซื้อมาใช้เป็นของส่วนตัว
-สแกนเนอร์ (Scanners) ปัจจุบันนิยมใช้โดยงานทั่วไป โดยการแสดงข้อมูลให้กลายเป็นภาพแล้วจัดเก็บในรูปของไฟล์ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องถ่ายเอกสารที่ไม่สามารถบันทึกไว้ในรูปของไฟล์ได้ นอกจากนี้ หลายคนยังเข้าใจว่าสแกนเนอร์ทำได้เฉพาะเป็นเครื่องสแกนภาพเท่านัเน ซึ่งอันที่จริงยังคงมีเครื่องสแกนเนอร์อีกหลายประเภท ได้แก่ เครื่องอ่านบาร์โค๊ด เครื่องสแกนภาพ และเครื่องอักขระซีอาร์


-เครื่องอ่านบาร์โค๊ด (Baarcode Readers/Barcode Scanners) มีลักษณะการทำงานโดยการนำเครื่องอ่านบาร์โค๊ดมาใช้อ่านข้อมูลแทนการคีย์ข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดจากการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างไรก็ดี รูปแบบของแถบรหัสบาร์โค๊ดก็มีหลากหลายแตกต่างกันไปตามมาตรฐานซึ่งมีแถบรหัสสีดำและสีขาวที่มีความกว้างไม่เท่ากัน การเลือกใช้เครื่องอ่านบาร์โค๊ดจึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ปัจจุบันพบเห็นได้มากตามห้างสรรพสินค้า ซูปเปอร์มาร์เกตงานห้องสมุด เป็นต้น
-เครื่องอ่านอักขระโอซีอาร์ (OCR : Optical Character Recognition) มีลักษณะการทำงานโดยการสแกนภาพเอกสารทั่วไปและบันทึกไว้ในลักษณะของบิตแมป ประกอบไปด้วยจุด โดยแต่ละจุดจะแทนค่าหนึ่งบิตหรือมากกว่า หลังจากนั้นจะใช้โปรแกรม OCR ในการแปลจุดเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อความเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจในลักษณะของตัวอักษรหรือตัวเลข
-เครื่องโอเอ็มอาร์ (OMR : Optical Mark Recognition) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับอ่านคำตอบ ซึ่งนิยมนำมาใช้กับการตรวจสอบประเภทปรนัยที่ให้นักศึกษาฝนคำตอบด้วยดินสอ 2B เครื่องอ่าน OMR นี้จะใช้แสงในการอ่านด้วยการเทียบคำตอบที่ฝนไว้ว่าตรงกับคีย์คำตอบที่ถูกต้องหรือไม่
-ไมโครโฟน (Microphones) เป็นอุปกรณืที่ใช้สำหรับรับเสียง โดยเสียงที่พูดผ่านไมโครโฟนนั้นจะถูกส่งไปยังการ์ดเสียงเพื่อแปลงสัญญานดิจิทัลและจัดเก็บลงในคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้เสียงเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ การจดจำเสียง และการใช้เสียงในการกำหนดรหัสผ่าน เป็นต้น

ความสามารถของคอมพิวเตอร์
                สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงต้องมีการจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ นั้นเป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกัน คือ


1.                ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้ต้องมีข้อมูล และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วควรให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูล และนำเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีเจ้าของบัตร และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่
1.1      การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้อัตโนมัติ
1.2      การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไปให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2.                ความสามารถเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ๆ คอมพิวเตอร์โดยทั่วไปขนาด 200 หน้า ใช้งานได้มากมาย  อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัวซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวันแต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัวหรือเท่ากับเก็บหนังสิไว้ในตัวได้หลานร้อยเล่ม การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง เช่น
2.1      งานทะเบียนราษฎร มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
2.2      งานบริการหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพนักงานโทรศัพท์หมายเลข 1133  มีการเก็บชื่อที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าหายเลขโทรศัพท์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อเราสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใด พนักงานก็จะค้นหมายเลขโทรศัพท์นั้นให้
2.3      งานเวชระเบียนมีการเก็บรายละเอียดและประวัติของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว




3.                การค้นหาข้อมูล การเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เอาไวนั้น หากไม่มีระบบการเก็บที่ดีพอก็เหมือนกับการนำกระดาษเอกสารมากองสุมกัน เมื่อต้องการค้นหาเอกสารสักเรื่องหนึ่งก็จะเป็นการยากและเสียเวลามากที่จะรื้อกองเอกสารนั้นให้พบข้อมูลที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้คิดวิธีการและระบบต่าง ๆ ในการเก็บจข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ในการเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการออกมาได้โดยง่าย ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก หน่วยงานหลายแห่งได้เก็บข้อมูลเอาไว้มากมาย แต่ถ้าหากเก็บแล้วคืนมาใช้ไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
3.1      การค้นหาว่านามสกุลที่ตั้งให่นั้นซ้ำกับของผู้ใดบ้างหรือไม่ จำเป็นต้องค้นและตรวจสอบกับนามสกุลของคนทั้งประเทศ
3.2      การค้นหาว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบบนแก้วน้ำในห้องที่เกิดอาชญากรรมนั้นตรงกับลายนิ้วมือผู้ใดที่ได้บันทึกเก็บไว้หรือไม่
3.3      การค้นหาชื่อเจ้าของรถยนต์ที่ขับรถชนคนแล้วขับหนี แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์เอาไว้แล้วส่งมาให้



4.                ความสามารถในการคำนวณได้อย่างรวดเร็ว เป็นความสามารถสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมหาศาลในกิจการทั่วไป ไม่เฉพาะแต่เพียงด้านที่เกี่ยวกับการคำนวณ เช่น งานวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเท่านั้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วมาก แม้เรื่องขนาดเล็กก็ยังสามารถคำนวณได้รวดเร็ว ขนาดบวกเลขได้หลายล้านจำนวนต่อวินาที ตัวอย่างประโยชน์จากความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วคือ
4.1      การวิเคราห์ออกแบบอาคารสูงหลายสิบชั้น จำเป็นจะต้องแก้สมการหลายร้อยสมการซึ่งสุดวิสัยที่ผู้ใดจะคำนวณได้ในเวลาอันสั้น ถ้าหากให้วิศวกรโยธาคำนวณวิเคราะห์อาคารสูงขนาด 50 ชั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี แต่ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
4.2      การจัดทำภาพดาวเทียมสำหรับพยากรณ์อากาศนั้น จำเป็นจะต้องทำการคำนวณเป็นปริมาณมากมายมหาศาล ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดสมรรนะสูงแล้วเราจะไม่สามารถนำสัญญานภาพจากดาวเทียมมาแปลงเป็นภาพถ่ายได้เลย
4.3      การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทบวงมหาวิทยาลัยจัดสอบเป็นประจำทุกปีนั้นจะมีนักเรียนมาสอบมากถึงหนึ่งแสนคน การคิดคะแนน การจัดจำแนกและเปรียบเทียบคะแนนตามสาขาวิชาที่นักเรียนสมัครเพื่อให้ได้ชื่อผู้ที่สอบคัดเลือกได้นั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนถ้าหากไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย


5.                ความสามารถในการสร้างภาพลายเส้นหรือภาพกราฟฟิก ทำให้สามารถสร้างภาพกราฟแบบต่าง ๆ ทั้งกราฟแท่ง กราฟเส้น กราฟวงกลม หรือแม้แต่ภาพลายเส้น และภาพถ่ายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแนวคิดด้านการ “นำเสนอผลงาน” หรือ “การบรรยายสรุป” ที่ใช้ภาพกราฟฟิกประกอบเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการอ่านหรือดูเพียงตารางที่มีเพียงแค่ตัวเลข ความสามารถนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เดินทางไปถึงโต๊ะของผู้บริหารมากขึ้นเนื่องจากเพียงแค่ใช้นิ้วกดคำสั่งเท่านั้น ผู้บริหารก็สามารถเรียกค้นดูแนวโน้มของเรื่องต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น
5.1      ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ อาจใช้คอมพิวเตอร์แสดงโน้มน้าวของความต้องการบริการของประชาชนเป็นกราฟเส้นได้ ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนความสามารถของหน่วยงานได้ชัดขึ้น
5.2      ผู้บริหารอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลการใช้งบประมาณด้านต่าง ๆ ในรอบปี งบประมาณมาจัดทำเป็นกราฟวงกลม เพื่อจัดพิมพ์รายงานหรือเพื่อจัดทำเป็นแผ่นโปร่งใส ประกอบการบรรยายสรุปได้
5.3      หน่วยงานอาจจัดทำระบบประวัติข้าราชการซึ่งบรรจุภาพถ่ายของเจ้าของประวัติไว้ด้วย เมื่อค้นหาประวัติของผู้ใดก็จะได้เห็นภาพถ่ายของผู้นั้นพร้อมกันไปด้วย ทำให้การพิจารณาความดีความชอบง่ายขึ้น ไม่ผิดฝาผิดตัว
6.                ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักและอุปกรณ์อื่น ๆ คอมพิวเตอร์นั้นทำงานได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ ดังนั้น จึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการทำงานที่ต้องอาศัยความรวดเร็วมาก ๆ เช่น ใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงานหรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
6.1      การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงจักรไฟฟ้า
6.2      การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการส่งแก๊ซธรรมชาติจากโรงงานแยกก๊าซที่ระยองเข้าสู่ท่อส่งก๊าซไปยังโรงจักรไฟฟ้าที่บางประกง

สรุปสาระการเรียนรู้หน่วยที่ 3
                คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถในการแปลภาษา ประมวลผลต่าง ๆ โดยผ่านโปรแกรมในการรับรู้เข้าไปในเครื่อง เพื่อการทำงานที่รวดเร็ว โดยแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็น 4 ประเภท คือ
1.             ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
2.             เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกับองค์กรขนาดใหญ่ มีความสามารถในการประมวลผลได้รวดเร็วมาก
3.             มินิคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง นิยมใช้กับบริษัทขนาดกลาง หรือฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทขนาดใหญ่
4.             ไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด ราคาจึงไม่สูงมาก โดยสามารถแบ่งออกได้4ชนิด เดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ แท็บแลตอพีซี ปาล์มคอมพิวเตอร์
เดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ เป็นคอมพิวที่มีการระบายความร้อนได้ดี อายุการใช้งานยาวนานกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้งานลักษณะเดียวกันิองค์ประกอบที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ประกอบด้วย
หน่วยระบบ เป็นอุปกรณ์บรรจุชิ้นส่วนจำนวนมาก ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ ไมโครโพรเซสเตอร์และหน่วยความจำหลัก
อุปกรณ์รับเข้า ทำหน้าที่นำข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ส่งออกหรือแสดงผล ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์
หน่วยความจำสำรอง ทำหน้าที่เก็บข้อมูลถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกปิดไปแล้ว
อุปกรณ์สื่อสาร ทำหน้าที่เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างไมโครคอมพิวเตอร์ด้วยกัน
อุปกรณ์อินพุตชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานแล้ว ยังคงมีอุปกรณ์อีกหลายชนิดที่มีการใช้งานอยู่ตามสำนักงานทั่วไป
                                -ปากกาหรือสไตลัส
                                -ปากกาแสง
                                -จอภาพแบบสัมผัส
                                -สแกนเนอร์
                                -เครื่องอ่านบาร์โค๊ด
                                -เครื่องอ่านอักขระโอซีอาร์
                                -เครื่องโอเอ็มอาร์
                                -ไมโครโฟน
                ความสามารถของคอมพิวเตอร์ สาเหตุที่คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนกระทั่งหน่วยงานต่างๆต้องจัดหาไปใช้งานมีดังนี้
-ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆได้โดยอัตโนมัติ
-ความสามารถในการเก็บข้อมูลไว้ใช้เป็นจำนวนมาก
-ความสามารถในการค้นหาข้อมูล
-ความสามารถในการคำนวณ
-ความสามารถในการสร้างลายเส้น
-ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักร เป็นต้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น